วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การประหารชีวิตด้วยการฉีดยา

การประหารชีวิตด้วยการฉีดยา

ขั้นตอนและวิธีดำเนินการ
     ขั้นตอนการประหารชีวิตโดยการฉีดยานี้ จะมีขั้นตอนในการประหารชีวิตเช่นเดียวกับการประหารชีวิต
โดยวิธีอื่นๆ กล่าวคือ ในสหรัฐจะมีการเตรียมจิตใจของผู้ถูกประหารก่อนการประหาร เช่น ก่อนการประหาร
4 วัน นักโทษประหารจะถูกนำตัวจากแดนนักโทษประหารไปสู่ห้องขังพิเศษสำหรับนักโทษประหารโดย
เฉพาะ ซึ่งจะถูกเฝ้าดูจากเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง จดหมายทุกฉบับจะถูกถ่ายสำเนาให้ ส่วนฉบับจริงจะ
เก็บไว้เนื่องจากกลัวว่าจะมียาพิษยาเสพติดหรือยาอื่นๆ เคลือบมา การโทรศัพท์ต้องได้รับอนุญาตจากผู้บัญชา-
การเรือนจำก่อน ในช่วงนี้อาจมีญาติมาเยี่ยมได้
     ก่อนการประหาร 2 วัน ผู้บัญชาการจะตรวจตราเพื่อเตรียมอุปกรณ์ในการประหารให้พร้อม รวมทั้ง
เตรียมการเกี่ยวกับใบมรณะบัตรและการเคลื่อนย้ายศพ และก่อนการประหารหนึ่งวัน เจ้าหน้าที่ประหารจะ
เตรียมอุปกรณ์เข็มฉีดยาและยา และอุปกรณ์สำรองให้พร้อม มีการจัดเตรียมพื้นที่หรือห้องสำหรับผู้สื่อข่าว
ที่เข้าไปทำข่าวในเรือนจำ รวมทั้งพยานที่จะเข้าไปสังเกตการณ์ในการประหาร
     เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่จะจัดอาหารมื้อสุดท้ายไปให้นักโทษประหารรับประทาน เวลา 22.00 น.
ผู้สื่อข่าว และพยานจึงได้รับอนุญาตให้เข้าเรือนจำและได้รับการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ถึงขั้นตอนการประหาร เวลา 23.30 น. จึงได้เริ่มดำเนินการเพื่อเตรียมการประหารซึ่งจะเริ่มเวลาเที่ยงคืนตรง
     เมื่อใกล้ถึงเวลาประหาร เจ้าหน้าที่จะนำตัวนักโทษประหารจากห้องขังไปที่ห้องประหาร แต่แทนที่จะ
นำนักโทษประหารไปยืนตรึงกับหลักประหารก็เปลี่ยนเป็นการให้นอนบนเตียงประหาร ตรึง และผูกด้วยสาย
หนัง ทั้งขา ลำตัว และแขนทั้ง 2 ข้าง ซึ่งอยู่ในท่ากางออกทำให้ไม่สามารถดิ้นได้
      เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทีได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดีจะมาติดเครื่องดวัดการเต้นของหัวใจเข้ากับตัวนัก-
โทษเพื่อตรวจสอบการตายหลังการฉีดยา โดยให้กรรมการภายนอกได้เห็นการเต้นของหัวใจ จากนั้นจึงแทง
เข็มเข้าเส้นเลือดใหญ่หรือที่หลังมือทั้ง 2 ข้าง ข้างหนึ่งเป็นเข็มที่ใช้จริงอีกข้างหนึ่งเป็นเข็มสำรองในกรณีที่
เข็มแรกมีปัญหา หรือบางกรณีจะแทงเข็มที่แขนเข็มเดียว จากนั้นนำท่อมาต่อเข้าเข็มโยงไปยังเครื่องฉีดยา

     เมื่อได้เวลา เจ้าหน้าที่เรือนจำก็จะให้สัญญาณในการดำเนินการประหารได้ เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่เพชฌ-
ฆาต 2 คน ซึ่งอยู่ในห้องฉีดยาจะมี 2 ปุ่ม กดคนละปุ่ม แต่จะมีปุ่มเดียวที่ปล่อยยาเข้าร่างดังนั้น เจ้าหน้าที่ทั้ง
2 จึงไม่มีโอกาศทราบได้ว่าใครเป็นผู้กดปุ่มปล่อยยาเข้าเส้น แต่สำหรับปรเทศที่ไม่ใช้เครื่องฉีดยาอัตโนมัติ
จะใช้คนฉีดยาด้วยมือ ซึ่งจะมีคนเดียว ฉีดเข้าแขนซ้ายหรือขวา การฉีดไม่ได้ไปยืนฉีดที่แขน แต่ต่อสายยาง
ออกมาและผู้ฉีดจะอยู่หลังม่าน

      ยาที่ใช้ฉีดจะมี Sodium Penrotha1 ในสารละลาย 20-25 cc Pancuronium bromide 50 cc และPentas-
sium chloride 50 cc ยาดังกล่าว นี้เป็นผลมาจากการวิจัยของ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเท็กซัส ว่าจะให้
ผลอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ยาที่ใช้ฉีดไม่ใช่ยาพิษ แต่เป็นยาทั่วไป ซึ่งถ้าให้เกินขนาดก็จะมีผลทำให้ตายได้
โดยจะต้องมีประมาณที่มากพอสมควรต้องค่อยๆ ปล่อยเข้าไปในเส้นเลือด และใช้ถึง 3 ชนิด ดังนั้นที่กลัว
กันว่าจะนำยานี้ใส่เข็มแล้วไปจิ้มคนทั่วไปนั้น จะไม่เป็นอันตรายใดๆ และหากจะทำให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย
ก็ใช้ยาพิษอื่นๆ จะไม่ยุ่งยากเท่าวิธีดังกล่าวนี้
      การฉีดยา เริ่มแรกจะปล่อยยา Sodium chloride เข้าไปให้หลับก่อน จากนั้นจึงปล่อย Pancuronium
bromide และ Patassium chloride ตามลำดับ เพื่อให้หัวใจหยุดสูบฉีดโลหิตภายในไม่ถึงนาที เมื่อนักโทษ
แสดงอาการแน่นิ่งไป ผู้บัญชาการเรือนจำจะขอให้นายแพทย์ของเรือนจำเข้าตรวจยืนยันการตายของผู้ต้องขัง
และประกาศเวลาตายต่อหน้าพยานรวมใช้เวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนนี้ทั้งสิ้นประมาณ 20-30 นาที
ผู้แทนจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร จะพิมพ์ลายนิ้วมืออีกครั้ง และเคลื่อนย้ายศพของนักโทษไปห้องเก็บ
ศพต่อไป โดยเก็บไว้ตรวจสอบอีก 1 วัน ตลอดเวลาจะมีการถ่ายรูปและวีดีโอตามขั้นตอนต่างๆ ไว้

      สำหรับในประเทศไทยหากมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการประหารมาเป็นการฉีดยานั้น ขั้นตอนการประหาร
จะแตกต่างจากในสหรัฐเพราะการประหารชีวิตของไทยจะกระทำโดยทันทีที่ได้รับคำสั่ง โดยปกติจะเป็นเวลา
เย็น นักโทษประหารจะไม่รู้ตัวล่วงหน้า เมื่อเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปในแดนประหารและนำตัวผู้ใดออกมา เมื่อ
นั้นจึงจะรู้ตัว และเมื่อผ่านพิธีการด้านการตรวจสอบบุคคล พิธีกรรมทางศาสนาและอื่นๆแล้ว จะถูกนำตัวเข้า
สู่แดนประหารซึ่งในช่วงนี้แทนที่จะเป็นการนำไปผูกกับหลักประหาร ก็เปลี่ยนเป็นการนำไปสู่เตียงประหาร
นั่นเอง
      ทั้งนี้ การเปลี่ยนจากการประหารชีวิตโดยการยิงเป้ามาเป็นการฉีดยานั้น อาจทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้
จ่ายเพิ่มเติมมากนัก เพราะสามารถใช้ห้องประหารในเรือนจำกลางบางขวางเช่นเดิมหาฉากกั้น จัดหาเตียง
และสายหนังรัด และจัดอุปกรณ์เข็มและเครื่องฉีดยาเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายในการประหารแต่ละครั้งโดยเฉพาะ
ค่ายาจะถูกกว่าค่ากระสุนปืน






วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

มารู้จักกลุ่มก่อการร้าย is

รู้จัก “ไอเอส” กลุ่มก่อการร้ายรวยที่สุดในโลก

…..การตัดหัวคนเป็นว่าเล่นไม่น่าเกิดขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน แต่เวลานี้มันกำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและนับวันจะโหดร้ายป่าเถื่อน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือของกลุ่มไอเอส ที่วันนี้ถูกขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้ายหมายเลข 1 ของโลกไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้เราจะไปดูกันว่า ไอเอสเป็นใครและว่ากันว่า เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่รวยโคตรโคตร…..

is01

เอะอะ เอะอะ “ตัดหัว” เอะอะ เอะอะ “ตัดหัว” จะใครเสียอีก ถ้าไม่ใช่ กลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม หรือไอเอส ที่นับวัน ความโหดร้ายจะมาแรงแซงโค้งกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ เท่าที่โลกเคยเห็น ล่าสุด โลกก็ต้องตกตะลึงตาค้างอีกครั้ง เมื่อชายชุดดำ เพชฌฆาตจอมโหด ถือมีดด้ามยาวอยู่ข้างตัว มองดูศีรษะของนายปีเตอร์ แคสซิก หรือ อับดุล เราะห์มาน แคสซิก ชาวอเมริกัน วัย 44 ปี ที่ศีรษะต้องกระเด็นออกจากคอ ด้วยน้ำมือของเพชฌฆาตผู้นี้ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีชายชุดดำอีกหลายคน ที่ร่วมกัน เชือดคอทหาร และนักบินซีเรียอีก 18 คน นับเป็นการเชือดคอหมู่ครั้งแรก ที่โหดเกินกว่าโลกจะยอมรับได้ นี่คือการแก้แค้นของกลุ่มไอเอส ต่อการที่สหรัฐและชาติพันธมิตรโหมโจมตีรังของไอเอส ทั้งในอิรักและซีเรีย แถมสหรัฐยังเตรียมส่งทหารเข้าไปเพิ่มในอิรัก ให้ได้ถึง 3,000 คน ในการทำสงครามบดขยี้กลุ่มไอเอส ไอเอสจึงต้องชำระแค้น ให้สาสม…..!!!

กลุ่มไอเอส หรือ Islamic state เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มนักรบ หลายเครือข่าย ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สงครามอิรัก ในปี 2546 เดิมเป็นสาขาหนึ่ง ของอัลกออิดะห์ในอิรัก แต่ต่อมาแตกคอกัน เลยแยกมาตั้งกลุ่มใหม่ แบบเดี่ยวๆ และค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น จนแซงหน้าอัลกออิดะห์ไปเรียบร้อยแล้ว ความสามารถพิเศษของไอเอสคือการปลุกระดมนักรบได้ทั่วโลก อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งสหรัฐ ยุโรป ตะวันออกกลาง หรือแม้แต่ออสเตรเลีย ผู้หลงเชื่อส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่น ที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยส่วนใหญ่ถูกล่อลวงผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ผู้นำคนปัจจุบันของไอเอสคือ “อะบู บากา อัล แบกดาดี” เขาเป็นบุคคลลึกลับ ทำตัวเงียบๆ Low Profile ไม่ชอบออกหน้า ออกตา แต่โหดสุดๆ สหรัฐรู้ข้อมูลของเขาน้อยมาก รู้เพียงว่า เขาเกิดที่อิรัก และจบการศึกษาระดับด็อกเตอร์ทางด้านศาสนาจากมหาวิทยาลัยในกรุงแบกแดด

is05

 

ไอเอสรวยมากค่ะ โดยไม่ได้เป็นแค่กลุ่มก่อการร้าย แต่ยังเป็นพ่อค้าน้ำมันรายใหญ่ ตอนนี้ครอบครองบ่อน้ำมันถึง 11 แห่งในอิรัก และซีเรีย ในเขตพื้นที่ที่เปิดศึกยึดครองมาได้ นอกจากนี้ ยังมีแหล่งขุดเจาะน้ำมันอีก 7 แห่ง และโรงกลั่นน้ำมันอีก 2 แห่ง อยู่ในมือ โดยเมื่อไอเอสยึดเมืองไหนได้ ก็จะปล้นธนาคาร และขู่กรรโชกทรัพย์คนในพื้นที่ หรือไม่ก็จับคนไปเรียกค่าไถ่ ไอเอสยังมีรายได้เสริมจากการลักลอบนำวัตถุโบราณของอิรัก ส่งขายให้ตุรกี ทำรายได้แบบเหนาะๆ หลายล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่สิ่งที่ดิฉันคาใจมากที่สุด คือเหตุใด เด็กหนุ่มสาวมากมายจากประเทศตะวันตก ทั้งสหรัฐ และยุโรป ถึงถูกล้างสมองให้ไปเป็นสาวกของไอเอส ได้อย่างง่ายดาย พวกเขายอมพลีกาย พลีชีพ เพื่ออุดมการณ์ ความรุนแรง ชนิดที่เด็กในวัย 20 ต้นๆ น่าจะยังไม่เดียงสา หรือลึกซึ้งกับการต่อสู้ เพื่อจัดตั้งรัฐอิสลาม ตามอุดมการณ์สูงสุดของไอเอส เด็กๆ เหล่านี้ ไปเป็นสาวกของไอเอส เพื่อ….?? ต้องรีบหาคำตอบให้ได้ค่ะ ไม่งั้นก็จะไม่มีวันถอนรากถอนโคนไอเอสได้เลย.

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

ปลาคิลลี่ฟิช

ปลาคิลลี่ฟิช (อังกฤษKillifish) เป็นชื่อสามัญของปลาน้ำจืดและน้ำกร่อยขนาดเล็กหลายชนิด ในอันดับ Cyprinodontiformes ซึ่งเป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัว นับ 1,000 กว่าชนิด ในแทบทุกทวีปทั่วโลก แต่ปลาคิลลี่ฟิชจะเป็นปลาที่แพร่ขยายพันธุ์ด้วยการวางไข่

โดยปลาคิลลี่ฟิช มีลักษณะโดยทั่วไป จะเป็นปลาขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงาม โดยเฉพาะในตัวผู้ ในหลากหลายพฤติกรรม ในบางชนิดจะหากินและดำรงชีวิตอยู่บนผิวน้ำ, บางชนิดหากินและดำรงชีวิตอยู่ระดับพื้นน้ำ และบางชนิดจะรวมตัวกันเป็นฝูง และบางชนิดจะว่ายน้ำอย่างกระจัดกระจาย

ปลาคิลลี่ฟิช เป็นปลาที่มักพบในแหล่งน้ำต่าง ๆ ตั้งแต่ ต้นน้ำตลอดจนไปถึง คลองบึง และแม่น้ำต่าง ๆ ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำถาวรและแหล่งน้ำชั่วคราวที่เหือดแห้งหายไปได้ตามฤดูกาลแม้กระทั่งแอ่งน้ำในรอยเท้าสัตว์[1] ซึ่งคำว่า "คิลลี่" (Killi) มาจากภาษาดัตช์คำว่า "kilde" หมายถึง "แหล่งน้ำขนาดเล็ก" [2]

โดยมีลักษณะการวางไข่หลากหลายแตกต่างออกไป เช่น วางไข่ทิ้งไว้ในพื้นดินและมีวงจรชีวิตที่สั้น หรือวางไข่ไว้กับใบของไม้น้ำ

สำหรับในประเทศไทย มีปลาเพียงชนิดเดียวที่เข้าข่าย ปลาคิลลี่ฟิช คือ ปลาหัวตะกั่ว(Aplocheilus panchax) ซึ่งอยู่ในวงศ์ Aplocheilidae ที่พบได้ทุกแหล่งน้ำทั่วทุกภาค

ปลาคิลลี่ฟิช เป็นปลาที่ได้รับความนิยมในการเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม โดยมักจะนิยมเลี้ยงรวมเป็นฝูงหรือปะปนกับปลาชนิดอื่น ในตู้ไม้น้ำ โดยสกุลที่นิยมเลี้ยงได้แก่ Nothobranchius ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา และปลาหัวตะกั่วทองคำ(Aplocheilus lineatus) ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย เป็นต้น[3]

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น

ภาษาญี่ปุ่น (日本語, เกี่ยวกับเสียงนี้ นิฮงโงะ ) เป็นภาษาทางการของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีผู้ใช้ทั่วโลกราว 130 ล้านคน นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว รัฐอังกาอูร์ สาธารณรัฐปาเลา ได้กำหนดให้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาทางการภาษาหนึ่ง นอกจากนี้ภาษาญี่ปุ่นยังถูกใช้ในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปอยู่นอกประเทศ นักวิจัยญี่ปุ่น และนักธุรกิจต่างๆ

คำภาษาญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากภาษาต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาษาจีน ที่ได้นำมาเผยแพร่มาในประเทศญี่ปุ่นเมื่อกว่า 1,500 ปีที่แล้ว และตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ก็ได้มีการยืมคำจากภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาจีนมาใช้อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะภาษากลุ่มอินโด-ยูโรเปียนเช่นคำที่มาจากภาษาดัตช์ ビール (bier แปลว่า เบียร์) และ コーヒー (koffie แปลว่า กาแฟ)

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ไลก้า สุนัขอวกาศตัวแรกของโลก

     3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 ไลก้า (Leika แปลว่า เห่า) สุนัขอวกาศตัวแรกของโลก ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศไปโคจรรอบโลกด้วยยานสปุตนิค 2 ของสหภาพโซเวียต ตามโครงการสปุตนิค เชื่อหรือไม่ว่าไลก้า สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกีเพศเมีย ที่ถูกจับมาจากข้างถนนในกรุงมอสโก นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ยานสปุตนิก 2 ไม่ได้ออกแบบให้กลับสู่โลกอย่างสมบูรณ์ เรื่องของไลก้าจึงจบลงด้วยโศกนาฏกรรมที่เราไม่รู้แน่ชัดนัก ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ประเมินว่า ไลก้ามีชีวิตอยู่ได้ ระหว่าง 4-10 วันในวงโคจร บางคนก็บอกว่า อาหารมื้อท้าย ๆ ของเธอมีภาวะเป็นพิษ บางส่วนก็อ้างว่าไลก้าขาดออกซิเจนเมื่อแบตเตอรี่ ของระบบเกื้อชีวิตหมด ยานสปุตนิก 2 อยู่ในวงโคจรนาน 163 วัน โคจรรอบโลกครบรอบในเวลา 1 ชั่วโมง 42 นาที รวม 2,370 รอบ ในท้ายสุด โลงศพของไลก้าก็ตกลงสู่โลกและไหม้สลายหมดไปในอากาศเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2501 อีก 40 ปีให้หลัง อนุสาวรีย์ของสุสานอวกาศก็ได้มีการสร้างขึ้นนอกกรุงมอสโก โดยมีรูปของไลก้าเห่าขณะสวมชุดนักบินอวกาศ

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รายชื่อท่าอากาศยานหลักในประเทศไทย

ท่าอากาศยานที่ตัวอักษรเป็น ตัวหนา จะเป็นท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินพาณิชย์ลงประจำ


จังหวัดสถานที่ตั้งIATAICAOท่าอากาศยานดำเนินงานโดยภาพ
ท่าอากาศยานหลัก
กรุงเทพมหานครเขตดอนเมืองDMKVTBDท่าอากาศยานดอนเมือง (Don Mueang International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
กองทัพอากาศ
G20110725161623 g.jpg
สมุทรปราการอ.บางพลีBKKVTBSท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(Suvarnabhumi International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)Suvarnabhumi2.jpg
เชียงใหม่อ.เมืองเชียงใหม่CNXVTCCท่าอากาศยานเชียงใหม่(Chiang Mai International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
กองทัพอากาศ
Chiang Mai Intl Airport.jpg
เชียงรายอ.เมืองเชียงรายCEIVTCTท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (Mae Fah Luang Chiang Rai International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)Chiang Rai International Airport.jpg
ภูเก็ตอ.ถลางHKTVTSPท่าอากาศยานภูเก็ต (Phuket International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)Aerial view phuket international airport.jpg
สงขลาอ.คลองหอยโข่งHDYVTSSท่าอากาศยานหาดใหญ่ (Hat Yai International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)Hat Yai International Airport.JPG

วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว

            เค้กเนยสดถือเป็นขนมที่หลาย ๆ คนปลื้มปริ่มเลยใช่ไหมคะ เพราะนอกจากจะหอมกลิ่นนมเนย มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มเนียน รสชาติหวานอร่อยแล้ว ยังหาซื้อกินง่ายอีกด้วย แต่คงดีว่าเดิมแน่ถ้าเราจะมาทำเค้กเนยสดด้วยตัวเองกับวิธีทำง่าย ๆ ไม่ต้องมีเตาอบก็สามารถทำได้ แค่คุณมีหม้อหุงข้าวนี่แหละ ถ้าอย่างนั้นเราลองตามมาดูวิธีทำ เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว สูตรอร่อย รับรองว่าง่าย และน่ากินสุด ๆ 


สิ่งที่ต้องเตรียม

             แป้งเค้กสำเร็จรูป 400 กรัม (ของเจ้าไหนก็ได้)

             เนยเค็มขนาด 220 กรัม จำนวน 1 ก้อน

             นมจืด 1 1/2 แก้วเป๊ก (ถ้าไม่มีใช้น้ำเปล่าก็ได้)

             ไข่ไก่ 4 ฟอง (ไข่ไก่อุณภูมิห้อง ถ้าแช่เย็นต้องเอาออกมาวางข้างนอกให้หายเย็นก่อน)

             ผงฟู 1/2 ช้อนชา

             น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ (เพราะแป้งสำเร็จรูปไม่หวาน)


 วิธีทำ

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

  เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

  เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

            ปั่นน้ำตาลทรายในโถปั่นอาหารให้ละเอียดเหมือนแป้ง นำมาเทลงในภาชนะที่เราจะร่อน แล้วใส่ผงฟูตามลงไป เทแป้งเค้กสำเร็จรูปลงไปทำการร่อนในตะแกรงสัก 4-5 รอบ หรือมากกว่านั้นก็ได้ 

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

            ใส่เนยลงในกะละมังที่ผสมแป้ง ใช้ตะกร้อมือจัดการละเลงได้เลย ตีจนเมื่อยแขน ไม่รู้ว่าจะฟู จะขึ้นยังไง เริ่มจะไม่ไหวแล้วนะ ตามภาพเลยครับ 

เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

            จากนั้นเราก็ใส่ไข่ลงไปทีละฟอง สองฟอง สามฟอง ตกลงแล้วใส่ไปเลยทีเดียว ลีลามาก ไหนจะเลอะมือ ไหนจะถ่ายรูป จัดไป 

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

            ว่าแล้วปัญหาก็เกิดจนได้ ตีไปตีมาเริ่มแยกน้ำแยกเนย ลอยฟูฟ่องเลย ขืนตีต่อไปคงไม่ดีแน่ รีบเทแป้งบางส่วนลงไปผสมเลยดีกว่า นี่คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถือว่าเอาอยู่

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

             ค่อย ๆ เทแป้งลงไปตีทีละหน่อย ตีไปเรื่อย ๆ ผมคิดว่ามันสนุกดี ตีไปร้องเพลงไปจนคิดว่ามันเนียนพอค่อยหยุด ตามสปีดตัวเอง ถ้าเป็นเครื่องตีเนื้อคงสวยกว่านี้เป็นแน่ 

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

             ไม่รู้ว่า ลูกเกดต้องโรยหน้าหรือทำอย่างไร แต่อยากให้ลูกเกดฝังในเนื้อขนมแบบประปราย เลยเทใส่แล้วตีให้เข้ากันดีกว่า คิดแบบนี้ไม่รู้ว่าถูกต้องหรือเปล่า

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

            เมื่อเข้ากันดีก็เทลงหม้อหุงข้าวเลย จากนั้นก็กดปุ่ม รอประมาณ 1 ชั่วโมงทราบผล ลุ้นว่ากินได้หรือไหม้

            กลิ่นหอม ๆ กำลังมา เอ๊ะ ! หรือไหม้ ทำให้หิวเลย 

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

             และแล้วก็สุกจนได้ เทลงบนตะแกรง ผึ่งให้เย็น แต่ทำไมไม่สวยเหมือนตอนที่แล้วที่ไม่ใส่ลูกเกด หรือสีลูกเกดทำให้มันดูดำ ๆ

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย

 เค้กเนยสดหม้อหุงข้าว เนื้อนุ่มหอมอร่อย